ศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปลป.ตร.)
กรมศุล-บช.น.จับแบรนด์เนมกับของหนีภาษี มูลค่ากว่าสิบล้าน
ชุดเฉพาะกิจปราบปรามลิขสิทธิ์ บช.น. สะกดรอยตาม 2 พ่อค้าใช้รถบัสรับส่งผู้โดยสารระหว่าง กรุงเทพฯ-ตลาดโรงเกลือ ตบตาขนสินค้าเถื่อนแบรนด์เนม 7 พันกว่า

http://www.thairath.co.th/content/843368
บก.ปอศ. ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้...."

ชุดเฉพาะกิจปราบปรามลิขสิทธิ์ บช.น. สะกดรอยตาม 2 พ่อค้าใช้รถบัสรับส่งผู้โดยสารระหว่าง กรุงเทพฯ-ตลาดโรงเกลือ ตบตาขนสินค้าเถื่อนแบรนด์เนม 7 พันกว่าชิ้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท จนมุมริมฟุตปาทข้างสวนลุมพินี รับสารภาพมีหน้าที่แค่ขับรถส่งสินค้า ได้ค่าจ้างคนละ 5 พันบาท ทำมาแล้วหลายครั้งในรอบหลายปี ขณะเดียวกันกรมศุลกากรตรวจยึดสินค้านำเข้าหนีภาษี ประเภทรถเก่า เมล็ดพริกแห้ง แผงโซลาร์เซลล์ ไวน์ต่างประเทศ และตุ๊กตาสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท ได้ที่บริเวณฝ่ายบริการศุลกากรที่ 2, 3 และ 7 ลาดกระบัง เร่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง
เจ้าหน้าที่โชว์จับสินค้าเถื่อน เผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ม.ค. ที่ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าลาดกระบังกรมศุลกากร นายวิจักษณ์ อภิรักษ์นันท์ชัย รองอธิบดีรักษาการที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมศุลกากร พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากรร่วมกันแถลงข่าวจับกุมสินค้าต้องห้ามและหลีกเลี่ยงหนีภาษี พร้อมของกลางรถยนต์นั่งส่วนบุคคลใช้แล้ว ยี่ห้อนิสสัน รุ่นคิ้วบ์ 4 คัน รถยนต์ยี่ห้อ Citroen รุ่น 2CV 1 คัน และรถยนต์นิสสัน รุ่นสกายไลน์ 3 คัน โครงรถ จยย.เก่าขนาด 50 ซีซี 8 คัน เมล็ดพริกแห้ง 47 ตัน แผงโซลาร์เซลล์ 1,680ชุด ไวน์ต่างประเทศและสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (ตุ๊กตาของเล่น) มูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท ตรวจยึดได้ที่บริเวณฝ่ายบริการศุลกากรที่ 2, 3 และ 7 ลาดกระบัง
นายวิจักษณ์กล่าวว่า รถยนต์เก่าที่ยึดได้จะแจ้งว่านำเข้ามาเพื่อเป็นอะไหล่ สินค้าเกษตรจะแจ้งของผิดประเภทกับสิ่งที่ต้องการจะนำเข้า ส่วนไวน์และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จะลักลอบนำเข้ามาโดยการซุกซ่อนตามสินค้าต่างๆ หากเจ้าหน้าที่ไม่ตรวจสอบสินค้าให้ดีอาจมีสินค้าที่ผิดกฎหมายผ่านด่านตรวจไปได้ส่วนรถยนต์ที่ยึดได้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาหรือไม่ หากพบว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจะส่งคืนเจ้าของ ส่วนสินค้าอื่นๆที่สามารถยึดได้อยู่ระหว่างการขยายผลว่าสินค้าทั้งหมดนั้นใครเป็นผู้สั่ง และจะนำไปส่งให้กับใคร
นายวิจักษณ์กล่าวอีกว่า ตั้งแต่เดือน ต.ค.59-ม.ค.60 สำนักศุลกากรตรวจสินค้าลาดกระบัง มีสถิติจับกุมการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องรวม 688 ราย โดยจะดำเนินการตรวจค้นและจับสินค้าที่กระทำความผิดอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของกรมศุลกากร เพื่อให้ความคุ้มครองกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่สุจริตและผู้ประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานำเข้าสินค้าโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นการหลีกเลี่ยงข้อห้าม สำแดงชนิดสินค้า ปริมาณ ประเภทพิกัด และอัตราอากรเป็นเท็จและนำของต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร ก่อนดำเนินการปรับจำนวนเงินกับผู้ต้องหาตามที่กฎหมายกำหนดพร้อมยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นของแผ่นดิน และตรวจสอบที่มาที่ไปของสินค้า ก่อนจะนำมาขายทอดตลาดต่อไป
ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ สน.ลุมพินี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ณัฐนันท์ นานาสมบัติ รอง ผบก.น.7 หน.ปลป.น. พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี แถลงจับกุมนายหัด ทองบุ อายุ 47 ปี ชาว จ.ชัยนาท และนายนิรันดร์ ดำทุ่งหงษ์ อายุ 47 ปี ชาว จ.สระแก้วข้อหาจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร และนำเข้าสินค้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีอากร ข้อห้าม ข้อจำกัด พร้อมของกลาง สินค้ายี่ห้อแบรนด์เนม อาทิ อดิดาส แชปส์ ซีซีดับเบิลโอคาสิโอ ชาแนล เอคโค เป็นต้น สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา แว่นตา แยกเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 6,373 ชิ้น และสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี 646 ชิ้น รวมทั้งหมด 7,019 ชิ้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 50 ล้านบาท จับกุมได้ที่บริเวณริมฟุตปาทข้างสวนลุมพินี ถนนสารสิน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.
พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นำโดย พ.ต.อ.ณัฐนันท์ สืบทราบมาว่าจะมีการขนสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาจากตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยรถบัสรับส่งผู้โดยสารระหว่าง กรุงเทพฯ-ตลาดโรงเกลือ ยี่ห้อสแกนเนีย ลายกราฟฟิกสีส้มเหลือง ทะเบียน 30-1292 ปทุมธานี จึงออกสะกดรอยตามกระทั่งได้มาจอดบริเวณริมฟุตปาทข้างสวนลุมพินี เข้าตรวจค้นพบของกลางดังกล่าว จากการสอบถามนายหัดคนขับให้การรับสารภาพว่า ตนมีหน้าที่ขับรถรับส่งสินค้าเพื่อกระจายให้เป้าหมาย รับสินค้ามาจากพ่อค้าแม่ค้าหลายเจ้าในตลาดโรงเกลือเมื่อถึงที่หมายจะมีพ่อค้าแม่ค้ามารอรับสินค้า ค่ารับจ้างขนส่งจะได้ครั้งละ 10,000 บาท แบ่งกัน 2 คน ทำมาแล้วหลายครั้งในหลายปี นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ดำเนินคดีต่อไป
ค่ำวันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท. นายภูเบศ มิ่งขวัญ ตัวแทนผู้เสียหายเจ้าของลิขสิทธิ์สินค้าแบรนด์เนม พร้อมกำลังนำหมายศาลเข้าตรวจค้นภายในห้องเลขที่ 451/25 คอนโดเมโทรสกาย รัชดา อาคารบี ซอยอินทามระ 47ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง กทม. จับกุมนายพจน์ ศิริยะเสถียรอายุ 21 ปี และ น.ส.แพรวพิชญา ประจิตต์ อายุ 20 ปี แฟนสาวทั้งสองคนศึกษาอยู่ที่ ม.หอการค้าไทย ปี 2 พร้อมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อชาแนล คริสเตียนดิออร์ แอร์เมส หลุยส์วิตตอง นาฬิกาปาเต๊ะ รวมกว่า 40 ชิ้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 9 หมื่นบาท
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและติดตามผู้ต้องหารายนี้ตั้งแต่เดือน พ.ย.59 พบว่าได้ลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จึงติดต่อล่อซื้อก่อนจะขยายผลมาตรวจค้นภายในห้องพัก แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นหรือบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร” ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.สุทธิสาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โพสเมื่อ: 2017-02-23

ผู้ชม: 1067