ข่าวประชาสัมพันธ์
บก.ปอศ.จับปลัดเทศบาลฯปล่อยกู้นอกระบบยึดเอทีเอ็ม

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต. ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกูร รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผกก.5 ปอศ.

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต. ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกูร รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผกก.5 ปอศ. และพ.ต.ท.เสฏฐพัฒน์ ศิริวงศ์ สว.กก.5 ปอศ. แถลงจับกุมนายบัญญัติ คมคาย อายุ 51 ปี ปลัดเทศบาลตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางบัตรเอทีเอ็ม 32 ใบ รหัสกดเงิน 4 หลักของลูกหนี้กู้เงิน สมุดบัญชีเงินฝาก 12 เล่ม สัญญากู้ยืมเงิน 280 ชุด และอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. โดยจับกุมได้ที่บ้าน หมู่ 2 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี


พล.ต.ต. สมหมายกล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ให้เร่งรัดสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล โดยให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินและคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ต่อมาตำรวจได้รับการแจ้งว่า นายบัญญัติมีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้นอกระบบ และคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยใช้วิธียึดบัตรเอทีเอ็มของผู้กู้เอาไว้ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ชุดสืบสวน กก.5 ปอศ. ขออนุมัติศาลจังหวัดธัญบุรีออกหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านพักนายบัญญัติ พร้อมยึดของกลางและคุมตัวมาสอบสวน


รอง ผบช.ก. กล่าวต่อว่า สำหรับพฤติการณ์ของนายบัญญัตินั้น ผู้กู้เงินต้องนำสำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชน มาทำสัญญาตามแบบฟอร์มสัญญากู้ยืมเงิน คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน เมื่อทำสัญญาเสร็จจะยึดบัตรเอทีเอ็มไว้ และให้ผู้กู้จดรายละเอียดรหัสบัตรเอทีเอ็ม หลังจากที่เงินเดือนออก นายบัญญัติจะไปกดเงินตามที่กู้ ส่วนเงินเดือนส่วนที่เหลือผู้กู้จะรับไป สำหรับอาวุธปืนเป็นของผู้อื่นนำมาจำนำไว้ จากการตรวจสอบสัญญาเงินกู้ บัตรเอทีเอ็ม และสมุดเงินฝาก เชื่อว่ามีเงินหมุนเวียนเกือบ 10 ล้านบาท


ด้าน นายบัญญัติให้การว่า เอกสารเงินกู้ที่ตรวจพบเป็นของเก่า เก็บไว้นานแล้ว โดยก่อนหน้านี้เคยปล่อยเงินกู้จริง คิดดอกเบี้ยร้อยละ 5 ผู้กู้ส่วนมากเป็นข้าราชการและลูกจ้างในหน่วยงาน มียอดเงินตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท ทำมาตั้งแต่ปี 2550-2551 ก่อนจะเลิกไป เพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้มงวด แต่ปัจจุบันก็ยังเก็บดอกเบี้ยอยู่ เพราะลูกหนี้บางคนยังจ่ายไม่ครบ ส่วนปืนเป็นของ ผู้กู้นำมาจำนำไว้ในราคา 50,000 บาท


"ยืน ยันว่าผมไม่ได้เป็นมาเฟีย ไม่เคยข่มขู่ผู้กู้ แต่เป็นการช่วยเหลือ ในส่วนของบัตรเอทีเอ็มมีหลายรายที่เมื่อกู้เงินไป ก็ไปอายัดบัตร และไม่คืนเงิน จึงต้องทำสัญญาเป็น หลักฐานไว้ เผื่อใช้ฟ้องร้องเมื่อผิดสัญญา ผมขอความเป็นธรรมด้วย ผมไม่เคยเอารัด เอาเปรียบใคร" นายบัญญัติให้การ


พล.ต.ต.สมหมายกล่าวเพิ่ม เติมว่า จากคำให้การของนายบัญญัตินั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพบหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินเมื่อต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต, เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด, มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อ ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด และมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และเตรียมขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องต่อไป



ผู้ชม: 1532