บทความ&สาระน่ารู้ / Knowledge
วัตถุอันตราย หมายความว่า
วัตถุอันตราย หมายความว่า วัตถุระเบิดได้ วัตถุไวไฟ วัตถุออกซิได์ และวัตถุเปอร์ออกไซด์ วัตถุมีพิษ วัตถุที่ทำให้เกิดโรค วัตถุกัมมันตรังสี วัตถุที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม
"วัตถุอันตราย"    หมายความว่า

            (1) วัตถุระเบิดได้

            (2) วัตถุไวไฟ

            (3) วัตถุออกซิได์ และวัตถุเปอร์ออกไซด์

            (4) วัตถุมีพิษ

            (5) วัตถุที่ทำให้เกิดโรค

            (6) วัตถุกัมมันตรังสี

            (7) วัตถุที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม

            (8) วัตถุกัดกร่อน

            (9) วัตถุที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

            (10) วัตถุอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์ หรือสิ่งอื่นใด ที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม

            "ผลิต" หมายความว่า ทำ เพาะ ปรุง ผสม แปรสภาพ ปรุงแต่ง แบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุ "มีไว้ในครอบครอง" หมายความว่า การมีไว้ในครอบครอง ไม่ว่าเพื่อตนเอง หรือผู้อื่น และไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อขนส่ง เพื่อใช้ หรือเพื่อประการใด และรวมถึงการทิ้งอยู่ หรือปรากฏอยู่ในบริเวณที่อยู่ในความครอบครองด้วย

            "ฉลาก" หมายความว่า รูป รอบประดิษฐ์ หรือข้อความใด ๆ ซึ่งแสดงไว้ที่วัตถุอันตราย หรือภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุ และหมายความรวมถึงเอกสาร หรือคู่มือประกอบการใช้วัตถุอันตรายด้วย

            มาตรา 18 วัตถุอันตรายแบ่งออกตามความจำเป็นแก่การควบคุม ดังนี้

            วัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ได้แก่ วัตถุอันตรายที่การผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครองต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด

            (1) วัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ได้แก่ วัตถุอันตรายที่การผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครอง ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อน และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดด้วย

            (2) วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ได้แก่ วัตถุอันตรายที่ห้ามมิให้มีการผลิต การนำเข้า การส่งออก

หรือการมีไว้ในครอบครอง ต้องได้รับอนุญาต

            (3) วัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ได้แก่ วัตถุอันตรายที่ห้ามมิให้มีการผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครอง

            (4) เพื่อเป็นประโยชน์แก่การป้องกันและระงับอันตรายที่อาจมีแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์

หรือสิ่งแวดล้อม ให้ รมต. ว่าการกระรวงอุตสาหกรรมโดยความเห็นของคณะกรรมการ มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา ระบุชื่อคุณสมบัติของวัตถุอันตราย ชนิดของวัตถุอันตราย กำหนดเวลาการใช้บังคับ และหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตรายดังกล่าว

            มาตรา 20 ให้ รมต. ผู้รับผิดชอบโดยความเห็นของคณะกรรมการ มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา

            (1) กำหนดองค์ประกอบ คุณสมบัติและสิ่งเจือปน ภาชนะบรรจุ วิธีการตรวจและทดสอบภาชนะ ฉลาก การผลิต การนำเข้า การส่งออก การขาย การขนส่ง การเก็บรักษา การกำจัด การทำลาย การปฏิบัติกับภาชนะของวัตถุอันตราย การให้แจ้งข้อเท็จจริง การให้ส่งตัวอย่าง หรือการอื่นใด ที่เกี่ยวกับวัตถุอันตรายเพื่อควบคุมป้องกัน บรรเทา หรือระงับอันตรายที่จะเกิดแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงสนธิสัญญา และข้อผูกพันระหว่างประเทศประกอบด้วย

            (2) กำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญหรือบุคลากรเฉพาะ รับผิดชอบสำหรับการดำเนินการอย่าง

หนึ่งอย่างใดตาม (1)

            (3) กำหนดกฎเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนจากปริมาณที่กำหนดไว้ ของสารสำคัญในวัตถุ

อันตราย

            (4) กำหนดขั้นตอนการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายดังกล่าว

            (5) ระบุชื่อ หรือคุณสมบัติของวัตถุอันตราย และกรณีที่ได้รับการยกเว้น ตามมาตรา 36

            มาตรา 21 ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ต้องปฏิบัติตามประกาศของ รมต. ผู้รับผิดชอบที่ออกตามมาตรา 20 (1) (2) และ (3)

            มาตรา 22 ภายใต้บังคับบทบัญญัติ มาตรา 36 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งวัตถุอันตราย ชนิดที่ 2 ยกเว้นจะได้แจ้งความประสงค์แจะดำเนินงานดังกล่าว

            ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครอง ซึ่งวัตถุอันตราย ชนิดที่ 2 ต้องปฏิบัติตามประกาศของ รมต. ผู้รับผิดชอบที่ออกมาตรา 20 (1) (2) และ (3) ด้วย

            มาตรา 23 ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา 36 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งมีวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

            การขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยในกฎกระทรวงดังกล่าว ให้กำหนดกรณีที่พึงอนุญาตได้ และกรณีที่อนุญาตไม่ได้ไว้ให้ชัดเจนเท่าที่จะกระทำได้เว้นแต่กรณีที่ไม่อาจคาดหมายได้ล่วงหน้า และให้กำหนดระยะเวลาสำหรับการพิจารณาอนุญาตให้ชัดเจนด้วย

            ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครอง ซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องปฏิบัติตามประกาศของ รมต. ผู้รับผิดชอบที่ออกมาตรา 20(1) (2) และ (3) ด้วย

            มาตรา 24 เมื่อมีผู้ประกาศระบุชื่อวัตถุใดเป็นอันตรายชนิดที่ 3 ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครอง ซึ่งวัตถุอันตรายดังกล่าว ยื่นออกใบอนุญาตตามมาตรา 23 ภายในเวลาที่กำหนดในประกาศดังกล่าว และในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ผู้นั้นประกอบกิจการไปพลางก่อนได้ จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งไม่อนุญาตตามคำขอนั้น

            มาตรา 25 ใบอนุญาตที่ออกไปแล้วนั้น ถ้าต่อมากฎหมาย หรือพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป หรือมีเหตุสำคัญเพื่อคุ้มครองปลอดภัย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตมีอำนาจสั่งแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขในการอนุญาตได้ตามความจำเป็น

            มาตรา 26 ใบอนุญาตซึ่งออกตาม พ.ร.บ.นี้ ให้ใช้ได้ตามระยะเวลา ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต แต่มิให้กำหนดเกิน 3 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต

            มาตรา 27 ผู้ได้รับอนุญาต ถ้าประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต จะต้องยื่นคำขอเสียก่อน ใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่ามีฐานะเสมือนผู้ได้รับอนุญาต และได้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งไม่ต่อใบอนุญาตนั้น

            การขอต่ออายุในอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาต ให้เป็นไปตามที่กำหนด

            มาตรา 28 ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ออกใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อ รมต. ผู้รับผิดชอบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ แจ้งการไม่อนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต คำวินิจฉัยของ รมต. ผู้รับผิดชอบให้ถือเป็นที่สุด

            มาตรา 29 ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต่อใบอนุญาต หรือ รมต. ผู้รับผิดชอบได้มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์การต่อใบอนุญาต ผู้ขอต่อใบอนุญาตจะขายวัตถุอันตรายที่มีอยู่ภายในครอบครองได้ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันทราบวันสั่ง ไม่ต่อใบอนุญาต หรือทราบคำสั่ง รมต. ผู้รับผิดชอบให้ยกอุทธรณ์แล้วแต่กรณีหากพ้นเวลากำหนดดังกล่าวแล้ว ให้นำมาตรา 52 วรรค 2 วรรค 3 และวรรค 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

            มาตรา 30 ถ้าใบอนุญาต หรือใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายสูญหาย ลบเลือน หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับอนุญาตยื่นคำร้องขอรับใบแทนใบอนุญาต หรือใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ทราบการสูญหาย ลบเลือนหรือชำรุด

            มาตรา 31 ผู้ได้รับใบอนุญาต ซึ่งมีอายุใช้เกิน 3 เดือน ต้องแสดงใบอนุญาตหรือใบแทนไว้ในทีเปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ทำการที่ระบุไว้ในใบอนุญาตนั้น

            มาตรา 32 เมื่อปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ทำตาม พ.ร.บ.นี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจพิจารณาสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกิน 1 ปี และถ้าเป็นกรณีสำคัญจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้

            มาตรา 33 ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา 32 มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อ รมต. ผู้รับผิดชอบ ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันทรายคำสั่งคำวินิจฉัย ของ รมต. ผู้รับผิดชอบ ให้เป็นที่สุด

            การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งย่อมไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้ หรือการเพิกถอนใบอนุญาต

            มาตรา 34 ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ตามมาตรา 32 จะขายวัตถุอันตรายที่มีอยู่ในครอบครอง ได้ภายในกำหนดสามเดือน นับแต่วันทราบคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต หรือทราบคำสั่งของ รมต. ผู้รับผิดชอบให้ยกอุทธรณ์ แล้วแต่กรณี หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ให้นำมาตรา 52 วรรค 2 วรรค 3 และ วรรค 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

            มาตรา 35 ให้ รมต. ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยความเห็นของคณะกรรมการ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดรายชื่อของวัตถุอันตราย ที่กระบวนการผลิตและลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เป็นที่ทราบกันแน่ชัดโดยทั่วไป

            การผลิต หรือการนำเข้า ซึ่งวัตถุอันตราย ชนิดที่ 2 หรือ ชนิดที่ 3 ที่อยู่นอกรายชื่อ ของประกาศ วรรค 1 จะต้องมาขอขึ้นทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน และเมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนแล้ว จึงผลิต หรือนำเข้าตามมาตรา 23 ได้ ทั้งนี้ เว้นแต่จะมีประกาศของ รมต. ผู้รับผิดชอบ ยกเว้นให้ไม่ต้องขึ้น ทะเบียนอีกในกรณีที่มีผู้ได้ขึ้นทะเบียนวัตถอันตรายอย่างเดียวกันไว้แล้ว หรือในกรณีอื่นที่มีเหตุอันควร

            การขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และการออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ รมต. ผู้รับผิดชอบโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

            มาตรา 37 ในกรณีที่การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายจำเป็นต้องผลิต หรือนำเข้ามาซึ่งตัวอย่างวัตถุอันตรายที่จะขอขึ้นทะเบียน หรือต้องนำเข้ามาซึ่งวัตถุอันตรายอย่างอื่น เพื่อใช้ในการผลิตวัตถุอันตราย จะขอขึ้นทะเบียน และวัตถุอันตรายนั้น มีกฎหมายบังคับให้การผลิต หรือการนำเข้าต้องได้รับอนุญาต หรือต้องขึ้นทะเบียนเสียก่อน ผู้ขอขึ้นทะเบียนอาจขออนุญาตพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อผลิต หรือนำเข้าซึ่งวัตถุอันตรายนั้นได้ตาม พ.ร.บ.นี้ โดยได้รับการยกเว้น ไม่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการนั้น

            การผลิต หรือการนำเข้ามาตามวรรค 1 ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ รมต. ผู้รับผิดชอบโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำหนด โดยประกาศราชกิจจานุเบกษา

            มาตรา 40 วัตถุอันตราย ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ต่อมาปรากฏว่าไม่มีประโยชน์ตามที่ขึ้นทะเบียนไว้ หรือหากนำมาใช้แล้วอาจเกิดอันตราย แก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม โดยไม่มีวิธีปกติตามควรที่จะป้องกันได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่โดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจถอนทะเบียนวัตถุอันตรายนั้นได้

            คำสั่งเพิกถอนทะเบียนของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นที่สุด

            เมื่อมีการเพิกถอนทะเบียนวัตถุอันตรายใดแล้ว สิทธิในการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายนั้น เป็นอันระงับไป

            มาตรา 41 เจ้าของวัตถุอันตราย ที่ถูกเพิกถอนทะเบียนต้องจัดการทำลายหรือดำเนินการกับวัตถุอันตรายของตน ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด และให้นำมาตรา 52 วรรค 2 วรรค 3 และ วรรค 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

            มาตรา 42 ผู้ผลิตเพื่อการค้า ผู้นำเข้าเพื่อการค้า ผู้ส่งออกเพื่อการค้า ผู้เก็บรักษาเพื่อการค้า หรือผู้ขายซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 ต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

            ถ้าไม่มีการชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 5 ต่อเดือน ในกรณีที่ค้างชำระ โดยไม่มีเหตุอันควร และเป็นกรณีที่มีใบอนุญาตในการดำเนินการ พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามควรแก่กรณีก็ได้

            มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า หรือมีไว้ครอบครอง ซึ่งวัตถุอันตราย ชนิดที่ 4

            เมื่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ ได้ประกาศระบุวัตถุใดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้มีไว้ในครอบครอง ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ และให้นำมาตรา 41 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

            มาตรา 45 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งวัตถุอันตราย ชนิดที่ 1 วัตถุอันตราย ชนิดที่ 2 หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ดังต่อไปนี้

            (1) วัตถุอันตรายปลอม

            (2) วัตถุอันตรายผิดมาตรฐาน

            (3) วัตถุอันตรายเสื่อมคุณภาพ

            (4) วัตถุอันตรายที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้

            (5) วัตถุอันตรายที่ถูกสั่งเพิกถอนทะเบียน

            การมีไว้ในครอบครองตามวรรค 1 ไม่หมายความรวมถึงการครอบครอง ขณะจะทำลาย หรือการส่งมอบแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือการครอบครองเพื่อการอย่างอื่นตามหน้าที่ที่กำหนดในกฎหมาย

            มาตรา 46 ผู้ใดรู้ว่าวัตถุอันตรายในความครอบครองของตน เป็นวัตถุอันตรายตาม มาตรา 45 ผู้นั้นต้องทำลาย ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือต้องส่งมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศที่ออกมาตรา 20 (1)

            มาตรา 47 วัตถุอันตรายหรือสิ่งดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นวัตถุอันตรายปลอม

            (1) สิ่งที่ทำเทียมวัตถุอันตรายแท้ทั้งหมด หรือแต่บางส่วน

            (2) วัตถุอันตรายที่แสดงชื่อว่าเป็นวัตถุอันตรายอื่น หรือแสดงกำหนดเวลาที่วัตถุอันตรายหมดอายุการใช้งานเกินความเป็นจริง

            (3) วัตถุอันตรายที่แสดงชื่อ หรือเครื่องหมายของผู้ผลิต หรือที่ตั้งของสถานที่ผลิต ซึ่งมิใช่ความจริง

            (4) วัตถุอันตรายที่แสดงว่าเป็นวัตถุอันตรายที่ขึ้นทะเบียนไว้ซึ่งมิใช่ความจริง

            (5) วัตถุอันตรายที่ผลิตขึ้น โดยมีสารสำคัญน้อย หรือมากกว่าเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนตามมาตรา 20 (3) ในระดับที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

            มาตรา 48 วัตถุอันตราย ดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นวัตถุอันตรายผิดมาตรฐาน

            (1) วัตถุอันตรายที่ผลิตขึ้น โดยมีสารสำคัญน้อย หรือมากกว่าเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนตามมาตรา 20 (3) แต่ไม่ถึงระดับที่กำหนดตามมาตรา 47 (5)

            (2) วัตถุอันตรายที่ผลิตขึ้นโดยที่ความบริสุทธิ์ สิ่งเจือปนหรือลักษณะอื่นที่มีความสำคัญต่อคุณสมบัติของวัตถุอันตรายผิดไปจากเกณฑ์ที่กำหนด หรือขึ้นทะเบียนไว้

            มาตรา 49 วัตถุอันตรายดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นวัตถุอันตรายเสื่อมคุณภาพ

            (1) วัตถุอันตรายที่หมดอายุการใช้ ตามที่แสดงไว้ที่ฉลาก

            (2) วัตถุอันตรายที่แปรสภาพจนมีลักษณะเช่นเดียวกับวัตถุอันตรายปลอม ตามมาตรา 47 (5) หรือ วัตถุอันตรายผิดมาตรฐาน

            มาตรา 50 เมื่อคณะกรรมการเห็นว่าฉลากใดไม่เป็นไปตาม มาตรา 20 (1) คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าเลิกใช้ฉลากดังกล่าว หรือดำเนินการแก้ไขฉลากนั้นให้ถูกต้อง

            มาตรา 51 การควบคุมการโฆษณาวัตถุอันตราย ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคและเพื่อเป็นประโยชน์ในการควบคุมโฆษณา ให้ถือว่าวัตถุอันตรายที่มีการกำหนดฉลากตาม มาตรา 20(1) เป็นสินค้าที่มีการควบคุมฉลาก โดยคณะกรรมการควบคุมฉลากตามกฎหมายดังกล่าวโดยอนุโลม

            บทกำหนดโทษ

          มาตรา 71 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 21 มาตรา 22 วรร 3 มาตรา 41 หรือมาตรา 43 วรรค 2 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            มาตรา 72 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 22 วรรค 1 หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 22 วรรค 2 หรือ มาตรา 23 วรรค 3 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            มาตรา 73 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 23 วรรค 1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            มาตรา 74 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 วรรค 1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            ถ้ากระทำตามวรรค 1 เป็นการกระทำโดยประมาทของผู้นำเข้า ผู้ส่งออกหรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายดังกล่าว ผู้กระทำต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 800,000 บาท

            มาตรา 75 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 45 (1) หรือมาตรา 45 (5) สำหรับกรณีเพิกถอนทะเบียน เพราะอาจเกิดอันตราย โดยไม่มีวิธีปกติตามควรที่จะป้องกันได ถ้าเป็นการกระทำเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 700,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            ถ้าการกระทำตามวรรค 1 เป็นการกระทำโดยประมาทของผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายดังกล่าว ผู้กระทำต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท

            มาตรา 76  ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 45 (2) หรือ มาตรา 45(5) สำหรับกรณีเพิกถอนทะเบียน เพราะไม่มีประโยชน์ตามที่ขึ้นทะเบียนไว้ ถ้าเป็นการกระทำเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            ถ้าการกระทำตามวรรค 1 เป็นการกระทำโดยประมาทของผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 400,000 บาท

            มาตรา 77 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 45 (3) ถ้าเป็นการกระทำเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            ถ้าการกระทำตามวรรค 1 เป็นการกระทำโดยประมาท ผู้กระทำต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 80,000 บาท

            มาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 45 (4) ถ้าเป็นการกระทำเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            มาตรา 79 ถ้าการกระทำตามมาตรา 75 มาตรา 76 มาตรา 77 หรือมาตรา 78 เกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ผู้กระทำต้องระวางโทษ 2 ใน 3 ของโทษที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าว

            มาตรา 80 ถ้าการกระทำตามมาตรา 75 มาตรา 76 มาตรา 7 หรือ มาตรา 78 เกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ผู้กระทำต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าว

            มาตรา 81 ผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 30 หรือ มาตรา 31 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

            มาตรา 82 ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับวัตถุอันตราย ไม่ว่าจะเป็นของตนเอง หรือผู้อื่นทำ หรือให้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่รู้ หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรค 1 กระทำผิดซ้ำอีกภายใน 6 เดือน นับแต่วันกระทำความผิดครั้งก่อนผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            มาตรา 83 ผู้ใดขายวัตถุอันตรายโดยไม่มีฉลาก หรือมีฉลาก แต่ฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้องหรือขายวัตถุอันตรายี่มีฉลากที่คุณกรรมการสั่งเลิกใช้ หรือให้แก้ไขตามมาตรา 50 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            ถ้าเป็นการกระทำโดยประมาณ ผู้กระทำต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท

            ถ้าการกระทำตามวรรค 1 เป็นการกระทำของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            มาตรา 84 ผู้ใดโดยเจตนา หรือโดยประมาท รับจ้างทำฉลากที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือรับจ้างติดตรึงฉลากที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือรับจ้างทำลายส่วนอันเป็นสารสำคัญของฉลากที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับวัตถุอันตรายอย่างหนึ่งอย่างใด ตามหมวดที่ 2 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            มาตรา 87 ในกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษบุคคลใดในความผิด ตามมาตรา 71 หรือ มาตรา 72 และเป็นกรณีที่มีการยกเว้นไม่ต้องรับใบอนุญาต ถ้ามีพฤติการณ์ให้เห็นว่าบุคคลดังกล่าวอาจกระทำความผิดเช่นนั้นอีก ศาลจะสั่งไว้คำพิพากษาห้ามการประกอบการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายมีกำหนดเวลาไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษไปแล้วก็ได้

            มาตรา 88 วัตถุอันตรายที่ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง โดยไม่ชอบด้วย พ.ร.บ. นี้ภาชนะของวัตถุอันตรายดังกล่าว เครื่องมืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง หรือทรัพย์สินใด ที่บรรดาศาลมีคำสั่งให้ริบ ให้ส่งมอบแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบ ควบคุมวัตถุอันตรายดังกล่าว เพื่อทำลาย หรือจัดการตามที่เห็นสมควรต่อไป

            ในกรณีที่ต้องทำลาย ให้ศาลมีคำสั่งในคำพิพากษา ให้เจ้าของชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้ทางราชการด้วย

            มาตรา 89 บรรดาความผิดตาม พ.ร.บ.นี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือมีโทษปรับสถานเดียวให้คณะกรรมการ หรืออนุกรรมการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่คณะกรรมการมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้

เมื่อ : 28 พฤศจิกายน 2550, 22:07:20 น.    จำนวนผู้เข้าอ่าน : 21421 ครั้ง