บทความ&สาระน่ารู้ / Knowledge
กลโกง คดี Call Center
ลักษณะกลโกงของคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ หรือที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามของไทยเรียกกันว่าคดี "Call Center" ส่วนตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีนและตำรวจไต้หวันเรียกกันว่า "ATM Game" เดิมชาวไต้หวันเป็นผู้คิดริเริ่มการหลอกลวงมาประมาณ ๑๐ ปีเศษ เริ่มจากการหลอกลวงคนในประเทศตนเองแล้วขยายสู่ต่างประเทศ เช่น จีน,เกาหลี,ญี่ปุ่น,ไทย,มาเลเซีย,สิงคโปร์และอีกในหลาย ๆ ประเทศในแถบทวีปเอเชีย โดยขยายฐานตั้งศูนย์โทรศัพท์ Call Center ในต่างประเทศ เช่น จีน,ไทย,เวียดนาม,มาเลเซีย,กัมพูชา,ลาว,ฟิลิปปินส์,อินโดนีเซีย ฯลฯ ปัจจุบันมูลค่าความเสียหายทั่วโลกหลายพันล้านบาทต่อปี รูปแบบการหลอกลวงมักปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาแล้วแต่สถานการณ์ มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มองค์กรชัดเจน มีการแบ่งหน้าที่กันทำ มีรายได้จากการหลอกลวงโดยแบ่งตามเปอร์เซ็นต์และมีเงินเดือนประจำ


๑.ความเป็นมา
                ลักษณะกลโกงของคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ หรือที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามของไทยเรียกกันว่าคดี "Call Center" ส่วนตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีนและตำรวจไต้หวันเรียกกันว่า "ATM Game"  เดิมชาวไต้หวันเป็นผู้คิดริเริ่มการหลอกลวงมาประมาณ ๑๐ ปีเศษ เริ่มจากการหลอกลวงคนในประเทศตนเองแล้วขยายสู่ต่างประเทศ เช่น จีน,เกาหลี,ญี่ปุ่น,ไทย,มาเลเซีย,สิงคโปร์และอีกในหลาย ๆ ประเทศในแถบทวีปเอเชีย โดยขยายฐานตั้งศูนย์โทรศัพท์ Call Center ในต่างประเทศ เช่น จีน,ไทย,เวียดนาม,มาเลเซีย,กัมพูชา,ลาว,ฟิลิปปินส์,อินโดนีเซีย ฯลฯ ปัจจุบันมูลค่าความเสียหายทั่วโลกหลายพันล้านบาทต่อปี รูปแบบการหลอกลวงมักปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาแล้วแต่สถานการณ์ มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มองค์กรชัดเจน มีการแบ่งหน้าที่กันทำ มีรายได้จากการหลอกลวงโดยแบ่งตามเปอร์เซ็นต์และมีเงินเดือนประจำ

                รูปแบบการหลอกลวงจะกระทำต่อผู้เสียหายหรือเหยื่อ ใน ๒ ลักษณะ คือ
                ๑.ความโลภ จะหลอกลวงผู้เสียหายว่า ได้รับคืนภาษีVAT,ถูกรางวัล,ได้รับเช็คคืนภาษี ฯลฯ โดยอ้างว่าจะต้องจ่ายค่าบริการเบื้องต้น เป็นค่าบริการและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อเพราะความโลภอยากได้เงินหรือทรัพย์สิน จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของคนร้ายที่ได้เตรียมเปิดรองรับไว้
                ๒.ความกลัวจะหลอกลวงผู้เสียหายว่า เป็นหนี้ค่าโทรศัพท์,เป็นหนี้บัตรเครดิตธนาคาร,มีบัญชีธนาคารพัวพันกับการค้ายาเสพติด บัญชีธนาคารจะต้องถูกอายัดและถูกตรวจสอบโดยสำนักงาน ปปง. เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจะทำธุรกรรมทางการเงินตามที่กลุ่มคนร้ายบอก เช่น นำบัตรอิเลคทรอกนิกส์(เอทีเอ็ม)ไปทำรายการที่ตู้ถอนเงินอัตโนมัติ(ตู้เอทีเอ็ม),ถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารของตนเองนำไปฝากเข้าบัญชีธนาคารที่หน้าเคาน์เตอร์หรือฝากผ่านตู้รับฝากเงินอัตโนมัติ(CDM) เข้าบัญชีธนาคารที่กลุ่มคนร้ายเปิดรองรับไว้ ซึ่งในปัจจุบันลักษณะการหลอกลวงจะใช้ลักษณะทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวเป็นส่วนใหญ่
 


  การประชุมร่วมตำรวจไทย/จีนก่อนลงมือปฏิบัติการ
 
 


๒.การจัดองค์กร
                คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ หรือ คดี Call Center เป็นลักษณะของอาชญากรรมที่ถือได้ว่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติอย่างแท้จริง ตามคำนิยามของอนุสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หมายถึง การกระทำความผิดโดยละเมิดกฏหมายอาญา ผู้ก่อการกระทำขึ้นในประเทศหนึ่งมีผลเสียหายเชื่อมโยงอีกประเทศหนึ่ง เช่น Call Center ที่หลอกลวงคนไทย จะจ้างคนไทยไปเป็นพนักงานประจำศูนย์โทรศัพท์หรือ Call Center ตั้งอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน หลอกลวงผู้เสียหายที่เป็นคนไทยความเสียหายเกิดขึ้นในประเทศไทย และจะมีกลุ่มที่ทำหน้าที่ถอนเงินสดจากตู้ถอนเงินสดอัตโนมัติ(เอทีเอ็ม) หรือเรียกว่า "ม้าถอนเงิน" ถอนเงินสดในประเทศไทย,ไต้หวัน,สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น

      โครงข่ายของกลุ่มองค์กรอาชญากรรมดังกล่าวมีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน สามารถแบ่งออกได้เป็น ๔ กลุ่ม คือ
                ๑.กลุ่มคอลเซ็นเตอร์(Call Center)

                การตั้งศูนย์โทรศัพท์หรือ Call Center มักจะตั้งในต่างประเทศเพื่อสะดวกในการควบคุมพนักงานพูดโทรศัพท์ไม่ให้หลบหนีหรือมีความลับรั่วไหล และหลักทางจิตวิทยาสำหรับในการพูดโทรศัพท์ พนักงานจะพูดคุยและแสดงบทบาทของตนเองได้เต็มที่โดยไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมเพราะอยู่ในต่างประเทศ เช่น หลอกลวงคนไทยจะตั้งศูนย์โทรศัพท์ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน,สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ส่วนหลอกลวงคนจีนจะตั้งศูนย์โทรศัพท์อยู่ที่ประเทศไทย,ลาว,กัมพูชา,มาเลเซีย,ฟิลิปปินส์,อินโดนีเซีย,สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นต้น

                พนักงานพูดโทรศัพท์จะต้องได้รับการฝึกฝนหรือมีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อนโดยจะเริ่มจากพนักงานสายที่ ๑,๒และ๓ ตามลำดับ จะมีบทสคริปสำหรับการฝึกฝน โดยชาวไต้หวันจะเป็นผู้คิดคำพูดลักษณะการหลอกลวง ซึ่งจะมีการอ้างตามเหตุการณ์บ้านเมืองในแต่ละช่วงของประเทศนั้น ๆ โดยหลักจะหลอกลวงคนประเทศใดก็จะใช้พนักงานพูดโทรศัพท์คนประเทศนั้น เช่น ถ้าหลอกลวงคนไทยจะใช้คนไทยเป็นพนักงาน หรือถ้าหลอกลวงคนจีนจะใช้คนจีนเป็นพนักงาน จะแบ่งออกเป็นสายในการรับช่วงต่อกัน ดังนี้

                พนักงานสาย ๑ จะอ้างตัวเป็นพนักงานของธนาคารโดยแจ้งว่าผู้เสียหายเป็นหนี้บัตรเครดิตของธนาคาร เมื่อผู้เสียหายพูดคุยด้วย จะหลอกถามข้อมูลผู้เสียหาย เช่น ชื่อ-นามสกุล,หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน,ที่อยู่,หมายเลขติดต่ออื่น ๆ,ข้อมูลทางธนาคาร,บัตรเครดิต  จากนั้นจะส่งให้กับพนักงานสาย ๒

                พนักงานสาย ๒ จะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ,เจ้าหน้าที่ของ DSI,เจ้าหน้าที่ ปปง.,เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฏหมายของธนาคารกลางหรือธนาคารแห่งประเทศไทย จะพูดในลักษณะยัดเยียดความผิดให้กับผู้เสียหาย เช่น บัญชีธนาคารของผู้เสียหายมีปัญหาพัวพันกับการค้ายาเสพติด จะต้องถูกอายัดและตรวจสอบโดยสำนักงาน ปปง. โดยจะต้องทำการสอบสวน จากนั้นหลอกถามข้อมูลเงินคงเหลือในแต่ละบัญชี เมื่อเห็นว่าผู้เสียหายมีเงินอยู่ในบัญชีธนาคาร จะเสนอความช่วยเหลือให้พูดกับผู้บังคับบัญชาในระดับสูงต่อไปเพื่อช่วยเหลือในการถอนอายัดบัญชีธนาคารหรือการถูกตั้งข้อกล่าวหาความผิดต่าง ๆ จากนั้นจะส่งให้พนักงานสาย ๓

                พนักงานสาย ๓ จะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ในระดับสูงในหน่วยงานนั้น เสนอให้ความช่วยเหลือ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจะทำตามที่คนร้ายบอก เช่น นำบัตรอิเลคทรอนิกส์(เอทีเอ็ม)ไปทำรายการที่ตู้ถอนเงินสดอัตโนมัติหรือตู้เอทีเอ็มตามที่คนร้ายบอก ทำให้เงินในบัญชีธนาคารของผู้เสียหายถูกโอนไปเข้าบัญชีธนาคารของกลุ่มคนร้ายที่เปิดบัญชีรองรับไว้ หรือ ไปถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารของตนเองนำไปฝากเข้าบัญชีธนาคารของคนร้ายที่เปิดรองรับไว้โดยการฝากผ่านที่หน้าเคาน์เตอร์ของธนาคารหรือตู้รับฝากเงินอัตโนมัติ(CDM)

                ในแต่ละศูนย์โทรศัพท์หรือ Call Center จะมีชาวไต้หวันหรือชาวจีนควบคุมพนักงานพูดโทรศัพท์ไม่ให้เดินทางไปด้านนอกให้อยู่แต่เฉพาะในศูนย์เท่านั้น ซึ่งจะมีห้องพัก รับประทานอาหาร โดยมีแม่บ้านทำอาหารให้ ๓ มื้อ หยุดเฉพาะวันอาทิตย์  มีเงินเดือนประจำและเงินเปอร์เซ็นต์รายได้จากยอดเงินที่ทำการหลอกลวงได้

 
                ศูนย์โทรศัพท์จะติดตั้งอินเตอร์เนทความเร็วสูงเพื่อใช้ระบบโทรศัพท์ผ่านทางอินเตอร์เนทหรือ VOIP(Voice Over Internet Protocol)  ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย,การติดตามค่อนข้างยาก,สัญญาณเสียงชัดเจน โดยจะมีชาวไต้หวันหรือชาวจีนเป็นผู้มีความชำนาญในการควบคุมระบบและการโทรศัพท์หาผู้เสียหายจะใช้โปรแกรมในการสุ่มไปเรื่อยๆ ส่วนหมายเลขที่ปรากฏปลายทาง(มือถือของผู้เสียหาย)จะใช้โปรแกรมในการตั้งหมายเลขให้ปรากฏเป็นหน่วยงานราชการตามที่อ้างถึงหรือเรียกว่า Fake Numberเช่น ปปง.,DSI,หน่วยงานของตำรวจที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าเป็นโทรศัพท์จากหน่วยงานนั้น ๆ 


บริเวณทางเข้าตึกที่ตั้งของศูนย์ Call Center
  
 
    
                ๒.กลุ่มม้าถอนเงิน
                คำว่า "ม้าถอนเงิน" เป็นภาษาที่ใช้เรียกหมายถึง กลุ่มบุคคลที่เป็นชาวไต้หวัน,จีน,มาเลเซียหรือชาวไทยที่ราบสูงสามารถพูดภาษาจีนได้ ทำหน้าที่ใช้บัตรอิเลคทรอนิกส์(บัตรเอทีเอ็ม)ของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย หรือธนาคารของสาธารณรัฐประชาชนจีน,ไต้หวันเรียกว่าบัตรยูเนี่ยนเปรย์(Union Pay) หรือธนาคารของประเทศผู้เสียหาย ทำการถอนเงินสดจากตู้ถอนเงินสดอัตโนมัติ(ตู้เอทีเอ็ม)ในประเทศไทยหรือในต่างประเทศเมื่อได้รับคำสั่งจากผู้ควบคุมว่ามีเงินเข้าบัญชีธนาคารแล้ว ในคดีที่หลอกลวงคนไทยที่พบม้าจะถอนเงินสดทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศเช่น ไต้หวันและสาธารณรัฐประชาชนจีน

                ม้าถอนเงิน อยู่ในความควบคุมของหัวหน้าชาวไต้หวันซึ่งจะต้องประสานงานระหว่างศูนย์โทรศัพท์(Call Center)ว่ามีเงินสดทีทำการหลอกลวงได้โอนเข้าบัญชีธนาคารหมายเลขใด(บัตรเอทีเอ็มใด)และรีบแจ้งให้ม้าถอนเงินรีบไปทำการถอนเงินสดจากตู้ถอนเงินสดอัตโนมัติทันที เพื่อป้องกันการอายัดบัญชีธนาคารจากผู้เสียหาย

                ในช่วงเวลาตอนเช้าก่อนเริ่มงาน(เวลาหลอกลวงเริ่มประมาณ ๐๙.๐๐ น.) ม้าถอนเงินจะต้องทดสอบบัตรเอทีเอ็มก่อนทุกบัตรว่ายังสามารถใช้งานได้อยู่หรือไม่(โดยการทดสอบถอนเงินสด ๑๐๐ บาท) แล้วโทรศัพท์รายงานหัวหน้าผู้ควบคุมชาวไต้หวันเพื่อประสานงานแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคารหรือหมายเลขบัตรเอทีเอ็มให้กับศูนย์โทรศัพท์(Call Center)ทราบ แหล่งที่ม้าถอนเงินทำงานมักจะเป็นแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวเช่น กรุงเทพมหานคร,พัทยา,เชียงใหม่,ภูเก็ต เพื่อสะดวกในการปะปนกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ลักษณะการแต่งกายของม้าถอนเงิน มักจะสะพายกระเป๋า(สำหรับใส่เงินสด),สวมหมวก,สวมแว่นตาดำ แต่งตัวแบบนักท่องเที่ยว

                การจับกุมม้าถอนเงินหากพบของกลางเป็นบัตรอิเลคทรอกนิกส์(บัตรเอทีเอ็ม)ของประเทศใดแสดงว่าเป็นการหลอกลวงผู้เสียหายในประเทศนั้น เช่น พบของกลางบัตรเอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์ไทยแสดงว่าเป็นกลุ่มหลอกลวงคนไทย หรือพบของกลางบัตรเอทีเอ็มของธนาคารจีนหรือบัตรยูเนี่ยนเปรย์(Union Pay)แสดงว่าเป็นกลุ่มหลอกลวงคนจีนเป็นต้น

                ๓.กลุ่มจัดหาบัญชีธนาคารหรือบัตรอิเลคทรอนิกส์(บัตรเอทีเอ็ม)
                กลุ่มจัดหาบัญชีธนาคารหรือบัตรอิเลคทรอนิกส์(บัตรเอทีเอ็ม) จะมีหน้าที่ในการไปรวบรวมบัญชีและบัตรเอทีเอ็มเพื่อส่งให้กับกลุ่มม้าถอนเงิน และแจ้งรายละเอียดเจ้าของบัญชี,หมายเลขบัญชี,หมายเลขบัตรเอทีเอ็มให้กับผู้ควบคุมม้าถอนเงินและศูนย์โทรศัพท์(Call Center) โดยการจ้างประชาชนทั่วไปให้เปิดบัญชีธนาคารประเภทสะสมทรัพย์พร้อมขอใช้บัตรอิเลคทรอนิกส์หรือบัตรเอทีเอ็ม ในราคาชุดละประมาณ ๑,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ธนาคารที่พบคือ ธนาคารกสิกรไทย,ธนาคารกรุงเทพ,ธนาคารไทยพาณิชย์,ธนาคารกรุงไทย เนื่องจากสะดวกต่อการถอนเงินสดในแต่ละวัน ซึ่งสามารถเบิกเงินสดได้ในจำนวนที่มาก โดยเมื่อมีการเปิดบัญชีเรียบร้อยแล้วจะมีการขยายวงเงินในการถอนเงินสดสูงสุดในแต่ละวัน
                ผู้รับจ้างเปิดบัญชี จะต้องถูกดำเนินคดีในความผิดเรื่อง ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ เช่นเดียวกัน

                ๔.กลุ่มจัดการทางการเงิน หรือ โพยก๊วน
                กลุ่มจัดการทางการเงินหรือโพยก๊วน มีหน้าที่ในการรวบรวมเงินสดจากม้าถอนเงินที่ทำการถอนเงินสดจากตู้ถอนเงินสดอัตโนมัติที่ทำการหลอกลวงมาได้ ส่งเงินให้กับเจ้าของหรือระดับหัวหน้าต่อไป ซึ่งอาจจะส่งยังสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือไต้หวัน โดยส่งผ่านระบบ "โพยก๊วน"  คำว่า โพยก๊วน คือ ระบบการส่งเงินไปยังต่างประเทศโดยไม่ผ่านระบบของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย กลุ่มโพยก๊วนมักจะเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน หรือ ชาวจีน,ชาวไต้หวันที่ทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทย สามารถพูดภาษาไทย-จีน จะมีรายได้จากอัตราส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนบวกค่าธรรมเนียม

                วิธีการของโพยก๊วน คือ เมื่อลูกค้าต้องการโอนเงินไปยังต่างประเทศ จะนำเงินสดที่ต้องการส่งไปยังต่างประเทศมาจ่ายเองที่สำนักงานของโพยก๊วนหรือนำเงินสดเข้าบัญชีธนาคารของโพยก๊วนก็ได้ จากนั้นโพยก๊วนในประเทศไทยจะแจ้งโพยก๊วน(คู่ค้า)ในต่างประเทศ(จีน,ไต้หวัน)นำเงินสดตามจำนวนที่ต้องการโอน มอบให้กับลูกค้าหรือโอนเงินเข้าบัญชีลูกค้าตามที่ต้องการโดยเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าธรรมเนียมและส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยน
                กลุ่มโพยก๊วนหากพบหลักฐานจะต้องถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ เช่นเดียวกัน



เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนชาย-หญิง ควบคุมคนไทยที่ถูกจับกุม
  
 

๓.ผลการดำเนินคดี
                การจับกุมศูนย์โทรศัพท์(Call Center) หรือพนักงานพูดโทรศัพท์หลอกลวง(หรือโอเปอร์เตอร์)ที่เป็นคนไทย มีการจับกุมศูนย์โทรศัพท์(Call Center) ในต่างประเทศ(สาธารณรัฐประชาชนจีน) โดยความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนและตำรวจไทย มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดสามารถทำการจับกุมศูนย์โทรศัพท์(Call Center) ที่หลอกลวงคนไทยโดยตั้งศูนย์อยู่ในประเทศจีน และในทางกลับกันสามารถจับกุมศูนย์โทรศัพท์(Call Center)ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยโดยใช้พนักงานพูดโทรศัพท์(โอเปอร์เตอร์)เป็นชาวจีนหรือไต้หวัน เพื่อโทรศัพท์กลับไปหลอกลวงคนในประเทศจีนเช่นเดียวกัน โดยสามารถทำการจับกุมได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีคดีตัวอย่างที่น่าสนใจและศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษแล้ว กล่าวคือ
เมื่อระหว่างวันที่ ๗-๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ นำโดย พ.ต.อ.กิตติ  สะเภาทอง  รอง ผบก.ปอศ. และ พ.ต.อ.สถิตย์  พรมอุทัย ผกก.๕ บก.ปอศ. พร้อมคณะ รวม ๖ นาย  เดินทางไปราชการประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีนกรณีคนไทยถูกหลอกลวงให้โอนเงินผ่านทางโทรศัพท์โดยใช้การโทรศัพท์ผ่านระบบทางอินเตอร์เนท หรือ VOIP(Voice Over Internet Protocol)  มีมูลค่าความเสียหาย เป็นจำนวนมาก

                จากการประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลสามารถจับกุมคนไทยที่ไปทำงานเป็นพนักงานพูดโทรศัพท์(หรือโอเปอเรเตอร์) จำนวน ๑ ศูนย์โทรศัพท์(Call Center) รวมเป็นชาวไทย จำนวน ๑๐ คน ชาวไต้หวันและจีน รวมจำนวน ๒ คน ที่หมู่บ้านโห้วเจ เมืองตงก่วน มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมของกลางโทรศัพท์,คอมพิวเตอร์,อุปกรณ์กล่อง VOIP,รายชื่อผู้เสียหายพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่เป็นคนไทยและของกลางอื่นๆ  เป็นจำนวนมาก จึงได้ทำการบันทึกปากคำคนไทยทั้งสิบคนรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ในที่เกิดเหตุ แล้วดำเนินการขออนุมัติต่อศาลอาญาออกหมายจับคนไทยทั้งสิบคน  โดยประสานงานกับทางการจีนขอรับตัวคนไทยทั้งสิบคนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย

                ต่อมาเมื่อระหว่างวันที่ ๑๕-๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ นำโดย พล.ต.ต.ภูมิรา วัฒนาปราณี รอง ผบช.ก. พร้อมคณะรวม ๗ คน เดินทางไปราชการสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อรับตัวชาวไทยที่ถูกจับกุมมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย โดยเดินทางกลับเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้ทำการจับกุมตัวคนไทยตามหมายจับของศาลอาญา นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.๕ บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฏหมาย ซึ่งต่อมาในวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษแล้วดังนี้

                “พิพากษาว่าจำเลยทั้งสิบมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา ๒๖๙/๕,๒๖๙/๗,๓๔๒(๑),๓๔๓ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งสิบเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานร่วมกันใช้บัตรอิเลคทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบและฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น ตามฟ้องฯ เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฏหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้บัตรอิเลคทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา ๙๐ รวม ๘ กระทง จำคุกกระทงละ ๓ ปี รวมจำคุกคนละ ๒๔ ปี ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น ตามฟ้องฯ รวม ๓ กระทง จำคุกกระทงละ ๔ ปี รวมจำคุกคนละ ๑๒ ปี จำเลยทั้งสิบให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา ๗๘ กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ ๑๔ ปี ๔๘ เดือน(หรือรวม ๑๘ ปี) พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติแล้ว เห็นว่าจำเลยทั้งสิบร่วมกันกระทำผิดให้รูปขบวนการโดยไม่เกรงกลัวต่อกฏหมาย และไม่คำนึงถึงความเสียหายของผู้อื่น นับว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม จึงไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกให้และให้จำเลยทั้งสิบร่วมกันคืนเงินแก่ผู้เสียหายแต่ละคนตามจำนวนที่เสียหายฯ(ผู้เสียหาย ๑๑ ราย รวมความเสียหาย ๓,๓๑๖,๒๕๐.๗๘ บาท) ริบของกลาง”

 
พิธีการส่งมอบตัวผู้ต้องหา ณ ท่าอากาศยานไป่หยุน
เมืองกวางโจวสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 16 พ.ค.55
 
 
 

 
๔.ข้อเตือนใจสำหรับประชาชนทั่วไป

                ๔.๑ อย่าหลงเชื่อกลุ่มคนร้ายโดยอ้างว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือบัญชีธนาคารไปพัวพันกับคดียาเสพติด ซึ่งทำให้ท่านตกใจกลัว แล้วไปทำรายการหรือธุรกรรมตามที่คนร้ายบอก หากได้รับโทรศัพท์ทีมีลักษณะดังกล่าวรีบตัดสายทิ้งทันที  แล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใกล้ที่สุดทันที

                ๔.๒ หากกรณีเกิดความเสียหายแล้ว(โอนเงินให้กับกลุ่มคนร้ายแล้ว) ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือธนาคารที่ใกล้ที่สุดซึ่งอาจจะสามารถอายัดบัญชีธนาคารของคนร้ายได้ทันเวลา โดยพยายามจดจำหรือรวมรวบหลักฐานต่าง ๆ ที่สำคัญเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวนเช่น หมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้าทุกครั้ง,หมายเลขบัญชีธนาคารปลายทางที่ถูกสั่งให้โอนเงิน(บัญชีรับโอน),สถานที่เกิดเหตุคือ จุดที่ไปทำรายการโอนเงิน(หรือธุรกรรมทางการเงิน)เพื่อไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น

                ๔.๓ ขอเตือนประชาชนทั่วไปที่คิดจะไปเข้าร่วมขบวนการกลุ่มแก๊ง Call Center เช่น ไปทำงานเป็นพนักงานพูด(โอเปอเรเตอร์)ในต่างประเทศ,ม้าถอนเงิน,โพยก๊วน,ผู้รับจ้างเปิดบัญชี,ผู้จัดหาบัญชีธนาคาร มีความผิดตามกฏหมายและมีบทลงโทษในอัตราที่สูง ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษสูงดังตัวอย่างข้างต้น

               ๔.๔ หากพบเบาะแสที่น่าสงสัย,มีข้อมูล,หรือขอคำปรึกษา สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ กก.๕ บก.ปอศ. หมายเลข ๐๒-๒๓๗๗๕๓๕ ต่อ ๒๗๐๒ 
 
 
 
  พิธีการส่งมอบตัวผู้ต้องหา ณ ท่าอากาศยานไป่หยุน
เมืองกวางโจวสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 16 พ.ค.55


 

 
 
 
“ตั้งสติเมื่อรับสาย อาจเป็นคนร้ายหลอกให้โอนเงิน”
ด้วยความปราถนาดีจาก พล.ต.ต.สุรพล หอมชื่นชม ผบก.ปอศ.
กก.๕ บก.ปอศ.
 

เมื่อ : 25 เม.ย. 2556 - 19:26:34 น.    จำนวนผู้เข้าอ่าน : 17867 ครั้ง