บทความ&สาระน่ารู้ / Knowledge
ลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา
ปัจจุบัน ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้าได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น กระจายออกไปตามจังหวัดในภูมิภาคของประเทศ
 ปัจจุบัน ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้าได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น กระจายออกไปตามจังหวัดในภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีความเจริญทางด้านเทคโนโลยี การศึกษา และมีความเจริญด้านอุตสาหกรรม และเริ่มมีแนวโน้มปรากฏเป็นคดีความ ร้องทุกข์มากขึ้นด้วย เมื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ และผู้ขายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งพนักงานลิขสิทธิ์ ซึ่งพนักงานสอบสวนจำเป็นที่จะต้องรับคำร้องทุกข์ ก่อนตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง หรือที่มาของลิขสิทธิ์ ความเป็นเจ้าของเหล่านั้นได้ชัดเจนก่อนที่จะมีการจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมากดำเนินคดี ตลอดจนในชั้นการจับกุมเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือผู้รับมอบอำนาจในการปกป้องสิทธิ์ จะต้องมาร่วมชี้ยืนยันว่าสินค้าดังกล่าวละเมิดลิขสิทธิ์ของตน สำหรับรายละเอียด ลักษณะของงานอันมีลิขสิทธิ์ และเกี่ยวกับดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์มีดังนี้

            การสอบสวนเกี่ยวกับการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความหมาย

          ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้นเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่าง เป็นทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อเกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ผู้เสียหายมีสิธิ์ที่จะอาศัยกระบวนการยุติธรรม ป้องกันปราบปรามการละเมิดนั้นด้วยโทษทางอาญา และขณะเดีวกันก็มีสิทธิที่จะเรียกค่าสินไหมทดแนจากผู้ละเมิดในทางแพ่งได้อีกส่วนหนึ่ง

            ในทางอาญา คดีละเมิดลิขสิทธิ์เป็นความผิดต่อส่วนตัว เริ่มและระงับคดีได้ก็ด้วยเจตนาของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในงานลิขสิทธิ์นั้น ๆ ไม่ใช่ผู้เสียหายแต่อย่างใด พนักงานสอบสวนพึงระวังในการรับคำร้องทุกข์ในกรณีนี้ให้ดี

งานใดบ้างที่ได้รับความคุ้มครองในเรื่องลิขสิทธิ์

            1. งานวรรณกรรม คือ งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถาเทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และให้หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย

            2. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ คือ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน หรือให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะใด

            3. นาฏกรรม คือ งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราวและให้หมายความรวมถึงการแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย

            4. ศิลปกรรม คือ งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้

            4.1 งานจิตรกรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วยเส้น แสง สี หรือสิ่งอื่นอย่างใด อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ลงบนวัสดุอย่างเดียวหรือหลายอย่าง

            4.2 งานประติมากรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้

            4.3 งานภาพพิมพ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธีทางการพิมพ์ และหมายความ

รวมถึงแม่พิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ด้วย

            4.4 งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่งภายใน หรือ ภายอนก ตลอดจนบริเวณของอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง

            4.5 งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือบันทึกภาพเพื่อให้แสงผ่านเลนส์ไปยังฟิล์มหรือกระจก และล้างด้วยน้ำยาซึ่งมีสูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใด ๆ อันทำให้เกิดภาพขึ้นหรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวิธีการอย่างอื่น

            4.6 งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติอัน

เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์

            4.7 งานศิลปประยุกต์ ได้แก่ งานที่นำเอางานตาม 4.1 ถึง 4.6 อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ หลายอย่างรวมกันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณของตัวงานดังกล่าวนั้น เช่นไปใช้สอย นำไปตกแต่ง วัสดุ หรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้ หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า

            ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม 4.1 ถึง 4.7 จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึงภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย

            5. ดนตรีกรรม คือ งานอันประกอบด้วยลำดับของภาพ โดยบันทึกลงในวัสดุในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใดอันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีกโดยใช้เครื่องมือที่จำเป็น สำหรับการใช้วัสดุนั้น และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย ถ้ามี

            6. โสตทัศนวัสดุ คือ งานอันประกอบด้วยลำดับของภาพ โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใดอัสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย ถ้ามี

            7. ภาพยนตร์ คือ โสตทัศนวัสดุอันประกอบด้วยลำดับของภาพ ซึ่งสามารถนำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์หรือสามารถบันทึกลงบนวัสดุอื่น เพื่อนำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์ และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย ถ้ามี

            8. สิ่งบันทึกเสียง คือ งานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนคตรี เสียงการแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะใด ๆ อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น แต่ทั้งนี้มิให้หมายความรวมถึง เสียงประกอบภาพยนตร์ หรือเสียงประกอบโสตทัศนวัสดุอย่างอื่น

            9. นักแสดง คือ ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นำรำ และผู้ซึ่งแสดงท่าทางร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด

            10. งานแร่เสียง คือ งานที่นำออกสู่สาธารณชน โดยการแพร่เสียงทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพ ทางวิทยุโทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่น อันคล้ายคลึงกัน



ข้อหาหรือฐานความผิดความ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

          - ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน ผิด

มาตรา 27 มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท

มาตรา 69 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้

มาตรา 77 ถ้ากระทำเพื่อการค้าจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง

800,000 บาท

            - ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์งานแพร่ภาพ แพร่เสียงด้วยการ

            1. จัดทำโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียง แพร่ภาพ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมด บางส่วน

            2. แพร่เสียง แพร่ภาพซ้ำ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน

            3. จัดให้ประชาชนฟังและหรือชมงานแพร่เสียง แพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นในทางการค้าผิด มาตรา29

            มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท มาตรา 69

            พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ มาตรา 77

            ถ้ากระทำเพื่อการค้า จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท

            - ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ด้วยการ

            1. ทำซ้ำหรือดัดแปลง

            2. เผยแพร่ต่อสาธารณชน

            ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางาน

            ผิดมาตรา 30

            มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท มาตรา 69

            พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ มาตรา 77

            ถ้ากระทำเพื่อการค้า จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท

            - ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งงานอันทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อหากำไรด้วยการ

            1. ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้เช่าซื้อ

            2. เผยแพร่ต่อสาธารณชนแจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์

            3. นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ผิด มาตรา 31

            มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท มาตรา 77

ถ้ากระทำเพื่อการค้า จำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 400,000 บาท หลักฐานที่จะต้องใช้ในการแจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี

1. ลิขสิทธิ์ในประเทศ

          1.1 หลักฐานการสร้างสรรค์งาน หรือหลักฐานการนำงานออกโฆษณาครั้งแรกหรือ

หลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

            1.2 ตัวอย่างงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และตัวอย่างงานที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์

            1.3 ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์มิได้มาแจ้งความร้องทุกข์ด้วยตนเอง จะต้องมีหนังสือมอบ

อำนาจให้แจ้งความร้องทุกข์ พร้อมด้วยหลักฐานการมอบอำนาจ คือ บัตรประจำตัวของผู้มอบ และผู้รับมอบอำนาจ หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล

2. ลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ

          2.1 หลักฐานที่แสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และเงื่อนไขในการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศที่เป็นบ่อเกิดแห่งงาน เช่น ชื่อผู้สร้างสรรค์งาน การเผยแพร่โฆษณางาน การจดทะเบียนลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์นั้น ชื่อผู้แปลหรือจัดทำคำบรรยายเป็นภาษาไทย

            2.2 หนังสือมอบอำนาจ ซึ่งบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ได้มอบอำนาจให้บุคคล หรือนิติบุคคลในประเทศไทยเป็นตัวแทน

            2.3 หนังสือรับรองความเป็นนิติบุคคลของบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงอำนาจกระทำการแทนของผู้แทนนิติบุคคล เช่น คำให้การของผู้มีอำนาจการแทนนิติบุคคล ซึ่งให้การต่อหน้าโนตารีพับบลิค

            2.4 หนังสือรับรองฐานะนิติบุคคลของผู้รับมอบอำนาจในประเทศไทย (ถ้ามีการตั้งนิตบุคคลเป็นตัวแทนในประเทศไทย)

            2.5 หนังสือมอบอำนาจให้บุคคลต้องทุกข์แทน (ในกรณีที่มีการมอบอำนาจช่วง) พร้อมด้วยหลักฐานการมอบอำนาจ คือบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ หรือหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคล

            2.6 อนุสัญญากรุงเบอร์น ค.ศ. 1886 กรรมการกรุงเบอร์ลิน ค.ศ. 1908 พิธีสารเพิ่มเติม กรุงเบอร์น ค.ศ. 1914 กรรมสารกรุงปารีส ค.ศ. 1971 และเอกสารที่แสดงว่าประเทศที่เป็นบ่อเกิดแห่งงานซึ่งถูกละเมิดลิขสิทธิ์นั้น เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยการคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมพร้อมคำแปลภาษาไทย

            2.7 ตัวบทกฎหมายเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์ของประเทศที่เป็นบ่อเกิดแห่งงาน พร้อมคำแปลภาษาไทย

            2.8 เอกสารซึ่งมาจากต่างประเทศจะต้องเป็นต้นฉบับ ถ้าจะใช้สำเนาจะต้องมีการรับรองความแท้จริงถูกต้อง โดยวิธีการตามกฎหมายของประเทศนั้น (เช่น ให้โนตารีพับบลิค หรือเมจิสเตรทรับรอง) แล้วให้สถานเอกอัครราชทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย) รับรองอีกชั้นหนึ่ง

            2.9 ตัวอย่างงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และตัวอย่างงานี่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์



ความผิดทางอาญาตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน

          ในการสอบสวนดำเนินคดีในเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะลิขสิทธิ์ในงานโตทัศนวัสดุ (แถบบันทึกภาพ) นั้น มีกฎหมายอื่น ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวกันอยู่ด้วย คือ

            1. พ.ร.บ. ควบคุมกิจการเทปและวัสดุ พ.ศ. 2530

            1.1 มีเทป หรือวัสดุโทรทัศน์ ซึ่งมิได้ผ่านการตรวจพิจารณา และให้ความเห็นชอบ โดยเจ้าพนักงานผู้ตรวจไว้ในสถานประกอบกิจการของตน (มาตรา 10,35)

            1.2 มีเทป หรือวัสดุโทรทัศน์ ซึ่งมิได้มีการแสดงตรา หมายเลขรหัส และรายละเอียดที่กฎหมายกำหนดไว้ (มาตรา 36)

            1.3 ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายซึ่งเทป หรือวัสดุโทรทัศน์ โดยมิได้รับอนุญาต (มาตรา 6,34)

            2. พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

            ขายสินค้าควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่การแสดงฉลากไม่ถูกต้อง

            (มาตรา 31, 52 ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 58 พ.ศ. 2536)

            ประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 287)

            2.1 เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการจ่ายแจก หรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้า หรือยังให้นำเจ้าในราชอาณาจักร ส่งออก หรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ส่งออก หรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังไม่พาไป หรือทำให้แพร่หลายหลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ หรือสิ่งอันใดอันลามก

            2.2 ประกอบการค้า หรือมีส่วน หรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้า เกี่ยวกับวัตถุ หรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว แจกจ่าย หรือแสดงอวดแก่ประชาชนหรือใช้เช่าวัตถุ หรือสิ่งของเช่นว่านั้น

            2.3 เพื่อช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุ หรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดพลาดมาตรานี้ หรือโฆษณา หรือไขข่าวว่า วัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด

            - ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

            ฉะนั้นในการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ต้องการนั้น จะต้องสอบสวนให้ถึงประเด็นดังกล่าวข้างต้นด้วย หากผู้ต้องหาในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อการค้า โดยการจำหน่ายหรือเสนอจำหน่าย เช่า หรือเสนอให้เช่า ซึ่งโสตทัศวัสดุโทรทัศน์ (แถบบันทึกภาพ) ไม่ได้รับอนุญาตก็ต้องแจ้งข้อหาตามข้อ 1 และหากแถบบันทึกภาพ (วิดีโอ) ดังกล่าว ไม่ได้ผ่านการตรวจลงตราจากเจ้าพนักงานก็ต้องแจ้งข้อหาตามข้อ 2 โดยพนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้กล่าวหาเพิ่มเติมจากผู้เสียหายที่มาร้องทุกข์ เพราะว่าความผิดใน 2 ข้อหาดังกล่าวเป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดิน





ข้อสังเกต

          ในทางปฏิบัติแล้วหากผู้ต้องหาในคดีละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า โดยการขายหรือให้เช่าฯ ที่ถูกดำเนินคดีที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายหรือให้เช่าเทปวัสดุโทรทัศน์จากนายทะเบียนแล้ว แม้ว่าจะมีเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ของกลางในคดีที่ไม่ได้ผ่านการตรวจพิจารณาลงจากนายทะเบียนอยู่ด้วย ทางปฏิบัติแล้วก็จะแจ้งข้อหาว่าประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่ถ้าเป็นผู้ประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียบถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อปรากฏว่าเทปหรือวัสดุโทรทัศน์มิได้ผ่านการตรวจลงตราจากเจ้าพนักงานจึงจะแจ้งข้อหาตาม ข้อ 2



กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

          1. พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

            2. พ.ร.บ. กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. 2526

            3. พ.ร.บ. ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530

            4. ป.อาญา และ ป.วิ.อาญา

            5. พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

เมื่อ : 28 พฤศจิกายน 2550, 22:27:18 น.    จำนวนผู้เข้าอ่าน : 28535 ครั้ง