บทความ&สาระน่ารู้ / Knowledge
ความผิดเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิต
ความผิดเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตที่พบบ่อยในช่วงที่ผ่านมา สามารถแบ่งได้เป็น 2 ความผิดใหญ่ด้วยกันคือ
ความผิดเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตที่พบบ่อยในช่วงที่ผ่านมา สามารถแบ่งได้เป็น 2 ความผิดใหญ่ด้วยกันคือ

            1. ความผิดเกี่ยวกับการปลอมใบสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิต

            2. ความผิดเกี่ยวกับการปลอมบัตรเครดิต

                        2.1 การปลอมแปลงหน้าบัตรเครดิต

                        2.2 การปลอมแปลงแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตรเครดิต                    

                        2.3 การปลอมแปลงลายมือชื่อด้านหลักบัตรเครดิต



ความผิดเกี่ยวกับการปลอมใบสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิต

          ความผิดเกี่ยวกับการปลอมใบสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตนั้น จะเป็นการกระทำความผิดในลักษณะที่กลุ่มคนร้าย นำเอกสารส่วนตัวของบุคคลอื่น อันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านสำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ไปสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิต โดยลงลายมือชื่อรับรงสำเนาเอกสารต่าง ๆ ปลอมขึ้นมา และกรอกข้อมูลของเจ้าของเอกสารลงในใบสมัครสมาชิกบัตรเครดิต และปลอมลายมือชื่อของเจ้าของเอกสารในใบสมัคร จากนั้นคนร้ายจะโทรศัพท์ไปถามยังธนาคารฯ ที่ได้สมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตว่าได้รับอนุมัติบัตรเครดิตหรือไม่ ซึ่งหากได้รับแล้วคนร้ายจะจัดทำหนังสือมอบอำนาจปลอมขึ้นมาเพื่อไปรับบัตรเครดิตยังธนาคารฯ จากนั้นเมื่อคนร้ายได้บัตรเครดิตที่แท้จริงมาแล้ว จะลงลายมือชื่อผู้ถือบัตรเครดิตปลอมที่ด้านหลังบัตรเครดิต จากนั้นจะนำบัตรเครดิตไปใช้ชำระราคาค่าสินค้าและบริการตามสถานที่ต่าง ๆ



ความผิดเกี่ยวกับการปลอมบัตรเครดิต

          2.1 การปลอมแปลงหน้าบัตรเครดิต

            การกระทำความผิดของคนร้ายเกี่ยวกับการปลอมแปลงหน้าบัตรเครดิตนั้น คนรายจะใฃช้บัตรพลาสติกที่มีแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตรเหมือนกับบัตรเครดิตหรือบัตรเอทีเอ็ม ไปจัดพิมพ์ลวดลายด้านหนาและด้านหลังบัตรเครดิตให้มีลักษณะ เหมือนกับบัตรเครดิตที่แท้จริง จากนั้นจะทำการพิมพ์ข้อความ หมายเลขบัตรเครดิต เดือนปีหมดอายุ ชื่อผู้ถือบัตรเครดิต เพื่อให้มีลักษณะเหมือนกับบัตรเครดิตที่แท้จริง จากนั้นจะนำไปใช้ชำระราคาค่าสินค้าและบริการตามสถานที่ต่าง ๆ โดยคนร้ายจะเลือกนำบัตรเครดิตไปใช้ชำระราคากับร้านค้าที่ใช้เครื่องรูดบัตรแบบ "ซิบแซบ" เนื่องจากเครื่องดังกล่าวจะใช้ข้อมูลจากตัวพิมพ์นูนด้านหน้าบัตร ในการจัดทำใบบันทึกรายการขายเท่านั้น

            2.2 การปลอมแปลงแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตรเครดิต

            การกระทำความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงแถบแม่เหล็กหลังบัตรเครดิต ที่พบเห็นจำนวนมากนั้น คนร้ายจะใช้บัตรพลาสติกที่มีขนาดเท่ากับบัตรเครดิต และมีแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตรไปในการกระทำความผิด โดยคนร้ายจะบันทึกข้อมูลของบัตรเครดิตที่แท้จริงในแถบแม่เหล็กด้านหลังพลาสติกที่เตรียมไว้ และนำไปใช้ชำระราคาค่าสินค้าและบริการตามสถานที่ต่าง ๆ โดยจะนำไปใช้ชำระราคากับร้านค้าที่ใช้เครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (อีดีซี) เนื่องจากเครื่องดังกล่าวจะอ่านข้อมูลจากแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตรเครดิตเท่านั้น แต่เนื่องจากการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวคนร้ายจะไม่ทำบัตรพลาสติกที่เตรียมไว้ ให้มีลักษณะเหมือนบัตรเครดิตที่แท้จริง ดังนั้นการที่คนร้ายจะนำบัตรเครดิตปลอมดังกล่าว ซึ่งมีหน้าบัตรไม่เหมือนบัตรเครดิตที่แท้จริงไปใช้ได้นั้น จะต้องร่วมมือกับร้านค้า ในการนำบัตรเครดิตไปใช้ชำระราคาค่าสินค้าและบริการ โดยมิได้มีการซื้อขายสินค้ากันจริง จากนั้นจึงนำเงินที่ร้านค้าได้จากการใช้บัตรเครดิตมาแบ่งกัน

            แหล่งที่มาของข้อมูลในแถบแม่เหล็กที่แท้จริงนั้น คนร้ายจะร่วมมือกับพนักงานขาย หรือพนักงานแคชเชียร์ตามสถานที่ต่าง ๆ ในการคัดลอกข้อมูลในแถบแม่เหล็กจากบัตรเครดิตที่แท้จริงโดยเมื่อลูกค้านำบัตรเครดิตไปใช้ชำระราคาค่าสินค้าและบริการต่างสถานที่ต่าง ๆ นั้น พนักงานขายหรือพนักงานแคชเชียร์ จะแอบเอาบัตรเครดิตของลูกค้าไปรูดกับเครื่องบันทึกข้อมูลในแถบแม่เหล็กที่กลุ่มคนร้ายได้จัดเตรียมไยว้ให้ก่อนที่จะนำไปรูดกับเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (อีดีซี)

            การกระทำความผิดในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการปลอมบัตรเครดิตของชาวต่างประเทศและนำมาใช้ในประเทศไทย โดยกลุ่มคนร้ายจะเป็นชาวต่างประเทศที่ร่วมมือกับคนไทย ในการกระทำความผิด ซึ่งแหล่งที่มาของบัตรเครดิตปลอมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมาจากประเทศมาเลเซียและฮ่องกง

            2.3 การปลอมแปลงลายมือชื่อด้านหลังบัตรเครดิต

            การกระทำความผิดโดยการปลอมแปลงลายมือชื่อด้านหลังบัตรเครดิตนั้น จะเป็นการกระทำความผิดที่กลุ่มคนร้ายลักเอาบัตรเครดิตที่แท้จริง จากผู้ถือบัตรเครดิตไป และไปทำการปลอมลายมือชื่อด้านหลังบัตรเครดิต ซึ่งทำได้โดย

            1. หัดเขียนลายมือชื่อ เลียนแบบลายมือชื่อด้านหลังบัตรเครดิต เพื่อนำไปใช้ลงลายมือในใบบันทึกรายการขายให้มีลักษณะเหมือนกับลายมือชื่อด้านหลังบัตรเครดิต

            2. ลบลายมือชื่อที่ผู้ถือบัตรเครดิตได้เซ็น ไว้ด้านหลังบัตรออก แล้วลงลายมือชื่อผู้ถือเครดิตปลอมลงไปใหม่

            3. ใช้กระดาษสติ๊กเกอร์ ที่จัดพิมพ์ขึ้นมาโดยให้มีลักษณะเหมือนกับลวดลายที่แท้จริงของช่องลงลายมือชื่อด้านหลังบัตรเครดิต ปิดทับช่องลงลายมือชื่อด้านหลังบัตรเครดิต และลงลายมือชื่อผู้ถือบัตรเครดิตปลอมลงไปใหม่

            จากนั้นจึงนำบัตรเครดิตที่ได้ลักมา ไปใช้ชำระราคาค่าสินค้าและบริการตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวนี้ คนร้ายจะนำไปใช้ชำระราคาในวันเดียวกันกับที่ได้ลักบัตรเครดิตมา ก่อนที่ผู้ถือบัตรเครดิตจะแจ้งอายัดบัตร



การป้องกัน

          1. ควรระมัดระวังเกี่ยวกับสำเนาเอกสารต่าง ๆ ของตนมิให้ตกหล่น สูญหลาย หรือมอบให้

กับผู้ใด

            2. เมื่อได้รับบัตรเครดิตจากธนาคารฯ ควรลงลายมือชื่อด้านหลังบัตรเครดิตให้ชัดเจน

ใช้หมึกที่ไม่สามารถลบออกได้โดยง่าย       

            3. ควรตรวจสอบดูบัตรเครดิตอยู่เสมอว่า ยังอยู่หรือไม่

            4. ไม่ควรมอบหรือฝากบัตรเครดิตไว้กับผู้อื่น หรือบอกรหัสประจำตัวให้ผู้อื่นทราบ

            5. ในการใช้บัตรเครดิตแต่ละครั้ง ควรดูว่าพนักงานขาย หรือพนักงานแคชเชียร์ได้นำบัตรเครดิตไปรูดกับเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (อีดีซี) ของร้านหรือไม่ หากเป็นไปได้ควรนำบัตรเครดิตไปชำระราคากับพนักงานแคชเชียร์ด้วยตนเอง

            6. เมื่อทราบว่าบัตรเครดิตหาย ให้แจ้งอายัดไปยังธนาคารฯ ทันที

            7. ควรเก็บใบบันทึกรายการขายที่ได้จากการใช้บัตรเครดิตไว้ หากจะทำลายให้ฉีกทิ้ง เพื่อไม่ให้ผู้อื่นทราบรายละเอียดเกี่ยวกับหลายเลขบัตรเครดิต ชื่อผู้ถือบัตร เดือน ปีและวันหมดอายุของบัตร ซึ่งอาจนำไปทำบัตรเครดิตปลอมได้

            8. ทางธนาคารฯ ควรตรวจสอบการใช้สมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น

            9. ร้านค้าควรจัดให้มีการอบรมการรับชำระราคาสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิต ตลอดจนการตรวจสอบบัตรเครดิตที่แท้จริงให้กับพนักงานแคชเชียร์และพนักงานขายอย่างสม่ำเสมอ



วิธีการดูบัตรเครดิตที่แท้จริง

          ขั้นตอน การตรวจดูบัตรเครดิตที่ลูกค้านำมาใช้ว่าเป็นบัตรเครดิตที่แท้จริงหรือไม่ โดย

สังเกตจากลักษณะต่าง ๆ อันได้แก่

            ขั้นตอนที่ 1 ตรวจหมายเลขประเภทของบัตรเครดิตว่าถูกต้องหรือไม่

            - บัตรเครดิต ประเภทบัตรวีซ่า หมายเลขบัตรตัวแรก จะต้องขึ้นต้นด้วย 4 และ ประเภทบัตรมาสเตอร์ หมายเลขบัตรตัวแรก จะต้องขึ้นต้นด้วย 5

            ขั้นตอนที่ 2 เปรียบเทียบหมายเลขพิมพ์นูน 4 ตัวแรก กับหมายเลข 4 ตัว ที่พิมพ์ฝังอยู่ในเนื้อบัตรว่าตรงกันหรือไม่

            - หมายเลขพิมพ์นูน 4 ตัวแรก ที่พิมพ์ลงหน้าบัตรจะต้องตรงกับหมายเลข 4 ตัวที่พิมพ์ลงในเนื้อบัตร ซึ่งไม่สามารถขูดลบได้ ถ้าไม่ปรากฏหลายเลข 4 ตัว ในเนื้อบัตร หรือไม่ตรงกัน ถือว่าเป็นบัตรปลอม

            ขั้นตอนที่ 3 ตรวจดูหมายเลขบัตรที่พิมพ์อยู่ที่แถบลายเซ็นด้านหลังบัตรเครดิต

            - สังเกตด้านหลังบัตร ตรงแถบลายเซ็นผู้ถือบัตรจะต้องมีหลายเลข 5 กลุ่ม จำนวน 19 หลัก โดยหมายเลข 16 ตัวแรก จะต้องตรงกับหมายเลขหน้าบัตรที่พิมพ์นูนอยู่เสมอ ถ้าไม่ปรากฏหรือไม่มีถือว่าเป็นบัตรปลอม

เมื่อ : 28 พฤศจิกายน 2550, 22:14:19 น.    จำนวนผู้เข้าอ่าน : 12088 ครั้ง